สาเหตุของการมีพุงแต่ไม่ใช่เพราะไขมัน

วันที่ 27 ตุลาคม 2551 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ทราบหรือไม่ว่า การมีพุงอาจจะไม่ได้เกิดจากไขมันก็ได้ วันนี้เดลินิวส์มีคำตอบมาฝาก…

สาเหตุของพุงป่องไม่ใช่จากการรับประทานเพียงอย่างเดียว และคนพุงป่องก็ไม่ได้แปลว่าอ้วนด้วย แต่อาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำเท่านั้น

1. การแพ้อาหาร

บางครั้งอาการท้องบวมอาจเกิดจากอาการระคายเคืองหรือการติดเชื้อของระบบย่อยอาหารในช่องท้อง หรืออาจรวมถึงการรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้บวมน้ำและยังรวมไปถึงการมีรอบเดือนด้วย แต่ถ้ารู้สึกว่าหน้าท้องบวมขึ้นผิดปกติหลัง ทานอาหารบางชนิด ให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะมีอาการแพ้อาหารเข้าให้แล้ว จากสถิติพบว่าอาหารจำพวกแป้งและนมมีโอกาสทำให้เกิดอาการแพ้และบวมมากที่สุด

2.อาหารลดน้ำหนัก

คนที่ชอบหวังพึ่งอาหารลดน้ำหนักจำพวกโลว์-แฟ้ต หรือแฟ้ต-ฟรีมักจะมีปัญหาพุงป่อง เนื่องจากคิดว่ามันเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำ จึงสามารถกินมากกว่าปกติ อาหารพวกนี้อาจมีพลังงานน้อยกว่าปกติ แต่มันก็ไม่ได้น้อยขนาดนั้น ทางที่ดีหันมารับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้นจะดีกว่า รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีเอนไซม์ช่วยย่อย อาทิ น้ำมะนาว น้ำส้มสายชูสกัดจากแอ๊ปเปิ้ล หรือผักสดต่าง ๆ

3. กินช้า ๆ แต่บ่อย ๆ

ค่อย ๆ เคี้ยวอาหารช้า ๆ เพื่อให้ประสาทรับรู้ค่อย ๆ รู้สึกอิ่ม และในแต่ละมื้ออย่ากินให้เยอะจนอิ่มแน่นท้อง ควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อย ๆ แต่อย่ากินขนมจุบจิบจำพวกขนมนมเนยต่าง ๆ เลือกกินผลไม้หรือธัญพืช เมื่อหิวระหว่างมื้อจะดีกว่า

4.ขจัดสารพิษ

แอลกอฮอล์ คาเฟอีน และนิโคตินในบุหรี่มีผลร้ายต่อระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำและยังก่อให้เกิดเซลลูไลท์อีกด้วย ดังนั้นเมื่อรู้เหตุดังนี้แล้วก็แค่ลดละเลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนต่าง ๆ และเลิกสูบบุหรี่ไปซะด้วยเลยในเวลาเดียวกัน

5.หัดกินสักนิด

ในกระเพาะจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร แต่บางครั้งแบคทีเรียเหล่านี้ก็อาจถูกกำจัดไปจากสภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยหรือการรับประทานอาหารบางชนิด แนะนำให้รับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นประจำเพื่อปรับสมดุลแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ จะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้หน้าท้องบวมน้อยลงด้วย

6. ดื่มน้ำให้มาก

อาการบวมน้ำนี้ ควรดื่มน้ำให้ได้อย่าง ต่ำ 8 แก้วต่อวัน แต่วิธีการดื่มนั้นอย่าดื่มหมดแก้วในคราวเดียวควรจิบ น้ำบ่อย ๆ เรื่อย ๆ เพราะการที่ดื่มน้ำแก้วใหญ่ในคราวเดียว จะทำให้กระเพาะปัสสาวะขยายใหญ่ ถ้าจะให้ดีลองเลือกดื่มชาสมุนไพร อาทิ ชาเป็ปเปอร์มินต์ หรือชาคาโมไมล์แทนน้ำเปล่า โดยเฉพาะการดื่มในช่วงหลังอาหาร จะช่วยให้อาหารที่รับประทานเข้าไป ย่อยได้ดีขึ้นด้วย

7. บริหารกล้ามเนื้อหัวใจ

ผู้หญิงหลายคนเชื่อว่าการซิตอัพทุกวันจะช่วยให้หน้าท้องแบนเรียบแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย แม้ว่าการซิตอัพจะช่วยสร้างกล้ามท้อง แต่ถ้าร่างกายนั้นยังปกคลุมด้วยชั้นไขมัน หน้าท้องเรียบตึงก็จะไม่มีวันโผล่มาให้เห็นหรอก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างต่ำ 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันออกไป บวกกับการซิตอัพ คราวนี้รับรองสวยตึงแน่นอน

8. หายใจลึก ๆ

เมื่อหายใจเข้าออกแบบลึก ๆ จะช่วยให้ร่างกายจะคลายความตึงเครียดออกมา รวมทั้งยังช่วยในการเติมอ็อกชิเจนและพลังชีวิตให้ร่างกายด้วย ทุกครั้งที่หายใจให้พยายามหายใจให้ลึกเข้าไปยังท้อง อย่าหยุดเพียงแค่เก็บลมไว้ในช่องอกการหายใจเข้าออกจากท้องเป็นนิสัยจะช่วยกระชับให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

9. นวดกระชับหน้าท้อง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนวด ช่วยได้ จริงๆ เนื่องจากการนวดท้องนั้น ช่วยไล่ลมที่กักเก็บไว้ในช่องท้องได้ และช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วย ณ วิธีการนวดก็ไม่ยาก เพียงวางฝ่ามือลงบนท้องแล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกา ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น อาจใช้ครีมจำพวกกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วย ก็ได้

ถ้าอยากมีหน้าท้องที่แบนเรียบ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.

October 27, 2008. Tags: , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

อาหารเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

วันที่ 3 สิงหาคม 2551จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมาบอก…

- อาหารไขมันสูงหรือเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น เนื้อหมู เนื้อวัวติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่ปลา หอยนางรม ไข่แดงและกะทิ

- ขนมหวาน โดยเฉพาะที่อุดมด้วย น้ำตาล กะทิ คอเลสเตอรอล ไข่แดง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ตลอดจนขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวสังขยา ลอดช่อง ปลากริมไข่เต่า เป็นต้น

- อาหารฟาสต์ฟู้ด แม้จะมีผักแต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย แต่มากไปด้วยแป้ง ไขมัน และรสเค็ม

- อาหารรสเค็ม ไม่เหมาะกับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว เพราะทำให้เหนื่อยหอบ ตัวบวม หลีกเลี่ยงอาหารปรุงรสเค็มจัด ลดการใช้เครื่องปรุงรสลง เช่น กะปิ น้ำปลา เกลือ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว ซอส น้ำมันหอย ซุปก้อนลง และงดอาหารหมักดองอาหารกระป๋อง อาหารกึ่งสำเร็จรูป กุ้งแห้ง ปลาเค็มด้วย
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจโตจนอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ส่วนเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง ก็กระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มขึ้น

หลีกเลี่ยงอาหารทั้ง 4 ประเภท เพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง.

August 8, 2008. Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Uncategorized. Leave a comment.

การอดเพื่อสุขภาพ

การอดมีตั้งแต่สมัยโบราณ มีทุกชาติทุกศาสนา และเป็นสัญชาติญาณการอดของสัตว์ต่างๆ รวมทั้งมนุษย์เรา เช่น การเจ็บป่วย จะเบื่ออาหาร ทางวิทยาศาสตร์จะมี 3 ทฤษฎี ที่อธิบายเรื่องการอดทำไมส่งผลดีต่อร่างกาย

1. ทฤษฎีการถ่ายเทพลังงาน การกินอาหาร จะใช้พลังงานในการย่อยอาหาร ถ้าเราอดอาหาร ร่างกายจะไม่ใช้พลังงาน แต่จะใช้พลังงานในการกำจัดสารพิษแทน

2. ทฤษฎีอนุมูลอิสระ การกินอาหารเหมือนการเอาเชื้อเพลิงเข้าไปในร่างกาย ทุกครั้งที่มีการเผาเชื้อเพลิงจะเกิดอนุมูลอิสระทุกครั้ง เช่น นำฟืนมาจุดไฟ ออกซิเจนจากอากาศมารวมตัวเกิดเป็นไฟความร้อน เผาไหม้เชื้อเพลิงคือฟืนจะหายไป แต่จะเกิดเขม่าควันก็คืออนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับร่างกายของเรา เมื่อกินอาหาร ข้าวและไขมันคือเชื้อเพลิง การหายใจคืออกซิเจนเข้าไปสันดาปเกิดเป็นพลังงาน สิ่งที่เกิดขึ้นเสมอคือ อนุมูลอิสระ ฉะนั้นคนที่กินน้อยอยู่นาน เพราะร่างกายเผาผลาญน้อยลง อนุมูลอิสระจะน้อย สุขภาพจะดี

3. ทฤษฎีขับสารพิษจากลำไส้ใหญ่ โดยที่ลำไส้ใหญ่ มีหน้าที่

1) เป็นที่พักอุจจาระ ลำไส้ใหญ่จะพองตัวเป็นที่เก็บอุจจาระ อาหารทางปากจนถึงทวารหนัก ใช้เวลา 24- 48 ชั่งโมง

2) เป็นทางผ่านของสารพิษ ซึ่งสารพิษต่างๆในร่างกายจะดูดขับโดยตับ แล้วขับออกกับน้ำดี น้ำดีเข้ามาผสมกับกากอาหารที่เหลือจากการย่อย คือ อุจจาระซึ่งมีสีเหลืองของน้ำดี อยู่ด้วย

3) การดูดน้ำกลับ ทำให้อุจจาระเป็นก้อน ปัญหาคือ บางคนท้องผูก 7 วัน อุจจาระดูดน้ำกลับเรื่อยๆ อุจจาระจะแข็ง สารพิษจะดูดกลับไปกับน้ำด้วยทำให้เกิดโรคภูมิแพ้

การอดอาหารมีหลายวิธี ถ้าอดด้วยผลไม้ เราจะได้วิตามินต่างๆ ทำให้ร่างกายขับสารพิษได้ดีขึ้น นอกจากนี้ผลไม้จะมีเส้นใยสูง จะทำหน้าที่เหมือนไม้กวาดที่คอยปัดกวาดเอาของเสียออกมาได้ดีขึ้น ถ้าอด 7 วัน ร่างกายจะเกลี้ยงเกลาสะอาด

ชนิดของอด

- อดไม่กินอะไรเลย

- อด + กินแต่น้ำเปล่า

- อด + กินแต่น้ำผลไม้

- กินแต่ผลไม้อย่างเดียว

นิยามของการอด

การกำจัดการกินอาหารที่ให้พลังงานไม่เกิน 800 แคลลอรี่ / วัน ซึ่งเป็นพลังงานที่น้อยที่สุดที่ร่างกายต้องการ แหล่งพลังงานสำรองของร่างกายคือไกลโคเจนซึ่งอยู่ในกล้ามเนื้อร่างกายจะใช้ไกลโคเจนไปเมื่อไกลโคเจนใกล้หมด ร่างกายจะใช้พลังงานแหล่งที่ 2 คือไขมัน ทำให้ผอมลง

ผลไม้สำหรับการอด

ผลไม้เนื้อโปร่งไม่หวาน เช่น มะละกอ , ฝรั่ง, ชมพู่,แตงโม, สับปะรด ห้ามผลไม้หวานจัด เนื้อแป้งเยอะ เช่น ทุเรียน , ละมุด,กล้วย

ระยะต่างๆ ของการอด

ระยะที่ 1 1-6 ชั่วโมง ระยะหิว- ระหว่างที่อดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงทำให้หิว

ระยะที่ 2 6-18 ชั่วโมง ระยะโหย จะไม่ค่อยมีแรง เริ่มใช้พลังงานจากไกลโครเจนที่ตับและใช้ไขมัน จนน้ำตาลใน เลือดปกติ อาการหิวจะหายไป

ระยะที่ 3 12-48 ชั่วโมง ระยะซ่านพิษ ระยะนี้อาการจะเป็นมากขึ้น ช่วงสั้นเกิดจากสารพิษสะสมในร่างกาย เป็นสารพิษที่ละลายในไขมัน จะถูกละลายในกระแสเลือด ช่วงนี้อาการภูมิแพ้จะมาก เป็นช่วงที่ควรไปสวนกาแฟ ซึ่งกาแฟจะกระตุ้นให้ตับขับสารพิษออกมาได้ดี ควรผ่านระยะนี้ให้ได้

ระยะที่ 4 เลย 48 ชั่วโมง ระยะปลอดพิษ ระยะนี้อาการภูมิแพ้จะลดลง

ล้างพิษ 10 วัน

วันที่ 1 วันเตรียมตัวอด คือ กินอาหารลดลงทีละหมู่ ในตอนเช้ากินทุกหมู่ มื้อกลางวันให้ตัดหมู่ คาร์โบไฮเดรต งดข้าว มื้อเย็น กินแต่ผัก ผลไม้ กินปลามื้อสุดท้าย เนื่องจากระยะที่ 2 หรือระยะโหย ร่างกายจะเอาไกลโครเจนมาใช้ จะเกิดกรดแลคติก คือ เลือดเป็นกรดมากขึ้น แล้วร่างกายจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ถ้ากินข้าวมาตลอด เลือดจะเป็นกรดมาก อาการครั่นเนื้อตัวจะมาก ฉะนั้นจึงต้องงดแป้งก่อนมื้อแรก แต่ยังใช้พลังงานจากไขมันหรือโปรตีนอยู่ ความเป็นกรดของเลือดก็จะไม่มาก

วันที่ 2-3 วันอด กินผลไม้อย่างเดียวทั้งวัน ( เนื้อโปร่ง ไม่หวานจัด) เรียกว่า Mono diet เพราะกินแล้วเบื่อทำให้หยุดกิน และกินอาหาร 1 ชนิด ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยเพียง 1 ชนิด เอาพลังที่เหลือจากหลั่งน้ำย่อยชนิดเดียว ไปขับสารพิษ

วันที่ 4-8 วันกินอิ่ม กินผักผลไม้หลายชนิด เพราะพิษถูกขับไปเกือบหมดอาหารหลักเป็นสลัดผัก, แกงจืดผัก, แกงส้ม, ผัดผัก ไม่ใช่โปรตีน สามารถกินจนอิ่ม ไม่หวานหรือมีน้ำมัน อาจเป็นเมล็ดธัญพืช ½ ช้อนโต๊ะ

วันที่ 9-10 วันเตรียมเลิก กินข้าว 1 มื้อ กินปลา 1 ขีด 1 มื้อ เพราะช่วงนี้ไม่มีน้ำย่อย กินมากจะท้องอืด ปวดท้อง และการอดนี้จะช่วยรักษาโรคกระเพาะ

หลังจากนั้น กินตามปกติ คือ ข้าวกล้อง ผลไม้ ผัก ถ้าทานเป็นประจำสารพิษจะถูกขับสม่ำเสมอ อาการภูมิแพ้จะดีขึ้น ควรอดล้างพิษ 10 วัน นี้ทุก 6 เดือน (ปีละ 2 ครั้ง) แต่สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ควรทำทุกสัปดาห์ ระหว่างนั้นให้ควบด้วยการล้างย่อย โดยการอดล้างพิษแบบ 1 วันทุกสัปดาห์

คัดลอกบางส่วนจาก

การรักษาภูมิแพ้ด้วยธรรมชาติบำบัด

โดย : นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

http://www.dtam.moph.go.th/alternative/viewstory.php?id=394

July 25, 2008. Tags: , , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

คุณมีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือเปล่า

ปัญหาการมีน้ำหนักตัวมากเกินไป มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังระบาดไปยังประเทศกำลัง พัฒนาด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะ ความนิยมและความสะดวก ในการ บริโภคอาหาร-เครื่องดื่ม ที่มีปริมาณน้ำตาล-ไขมันสูงเกินไป กำลังแพร่ขยายเพิ่มขึ้น

การมีน้ำหนักตัวมากเกินไปหมายถึง การมีไขมันส่วนเกินสะสม อยู่ในร่างกายในปริมาณที่มากเกินไป จนอาจเป็นอันตรายต่อ สุขภาพ เสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจ โรคเบาหวาน และ ยิ่งกว่านั้น คนอ้วนมากมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติ ~50-100%

การตัดสินว่าเรามีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือไม่ จำเป็นต้องมีมาตรฐานในการตัดสิน โดยส่วนใหญ่ ทางการแพทย์จะใช้การคำนวณหา
1)
ดัชนีมวลกาย (Body mass index,BMI) หรือ
2)
ปริมาณไขมันในร่างกาย

ในคนเอเชียค่าดัชนีมวลกายที่มากกว่า 23 ถือว่ามีน้ำหนักตัวมากเกินไป

ในคนเอเชียค่าดัชนีมวลกายที่มากกว่า 25 ถือว่าอ้วน

ตาราง ค่าดัชนีมวลกาย

ส่วนสูง(เซ็นติเมตร)

น้ำหนักตัว(กิโลกรัม)

145

41.4

43.6

45.5

47.7

50

54.1

65

147.5

42.7

45

47.3

49.5

51.8

56.4

67.3

150

44.1

46.4

48.6

50.9

53.6

58.2

69.5

152.5

45.5

48.2

50.5

52.7

55.5

60

71.8

155

47.3

49.5

52.3

54.5

57.3

61.8

74.5

157.5

48.6

51.4

53.6

56.4

59.1

64.1

76.8

160

50

52.7

55.5

58.2

60.9

65.9

79.1

162.5

51.8

54.5

57.3

60

62.7

68.2

81.8

165

53.6

56.4

59.1

61.8

64.5

70.5

84.5

167.5

55

57.7

60.9

63.6

66.4

72.3

86.8

170

56.8

59.5

62.7

65.5

68.6

74.5

89.5

172.5

58.2

61.4

64.5

67.7

70.5

76.8

92.3

175

60

63.2

66.4

69.5

72.7

79.1

95

177.5

61.8

65

68.2

71.4

75

81.4

97.7

180

63.9

66.8

70

73.6

76.8

83.6

100.5

ดัชนีมวลกาย

19

20

21

22

23
น้ำหนักเกิน

25
อ้วน

30
อ้วนมาก

ข้อแนะนำแบบง่าย จากนักโภชนาการ สำหรับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก

  1. ลดหรือหลีกเลี่ยง กับข้าวที่มีการชุบแป้งทอด

  2. หลีกเลี่ยงน้ำจิ้ม

  3. ลดเกลือ

  4. สำหรับของหวาน เลือกรับประทาน ขนม หรือ ผลไม้ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

    • เลือกขนมหรือผลไม้ มื้อละ 1 ชนิดเท่านั้น

    • ผลไม้สามารถรับประทานได้ทุกชนิด ไม่เว้นทุเรียน

    • ผลไม้เนื้อนุ่มๆนิ่มๆที่กินง่าย รับประทานไม่เกิน 10 คำ (ปริมาณ ประมาณเท่ากับ ข้าว 1 ทัพพี)
      ผลไม้เนื้อกรอบๆ รับประทานได้ถึง 20 คำ

    • ขนมควรรับประทานไม่เกิน 10 คำ

  5. เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำชนิดอื่นๆ เช่น น้ำอัดลม กาแฟเย็น ชาเย็น เป็นต้น

  6. ละเว้นน้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู ในการปรุงอาหาร

คำแนะนำ

- วิธีการเลือกอาหารเหล่านี้ หากสังเกตุโดยรวมก็คือ การลดน้ำตาล และลดน้ำมัน นั่นเอง แต่แปลงหลักการกว้างๆมาเป็นข้อแนะนำย่อยที่เข้าใจและจำได้ง่ายขึ้น

- หากต้องการดื่มน้ำหวาน คุณสามารถทำ น้ำหวานพลังงานต่ำ ดื่มทดแทนได้

- เลือกอาหารที่จะรับประทานได้แล้ว อย่าลืม รับประทานช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด ซึ่งจะทำให้คุณมีความสุขกับอาหารนั้นๆมากขึ้น

June 27, 2008. Tags: , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.