อาหารคลายร้อน (ลิซ่า)

อาหารคลายร้อน (ลิซ่า)
สะระแหน่ช่วยผ่อนคลายความร้อน ให้ความเย็นแก่ร่างกาย ขิงและกระเทียมทำให้ร่างกายร้อนจึงไม่เหมาะที่จะเป็นอาหารในฤดูร้อน
อากาศในฤดูร้อนมักร้อนจนเหงื่อหยดเราจึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษในฤดูนี้โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินซึ่งควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่ก่อให้เกิดความร้อนในร่างกาย และไม่ทำให้เลือดลมเสียสมดุล อาหารที่จำเป็นก็คือผักและผลไม้สด รวมทั้งการกินโปรตีนจากสัตว์ปีก เช่น ไก่ (ปราศจากสารเร่งการเจริญเติบโต)
ไก่
เนื่องจากโปรตีนจากไก่คล้ายกับโปรตีนในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะช่วยสร้างโปรตีนในร่างกายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ร่างกายยังย่อยธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ได้ดีกว่าธาตุเหล็กจากพืช และโปรตีนจากไก่ยังมีวิตามินมากมายโดยเฉพาะกลุ่มวิตามินบี เช่น วิตามิน 1 ซึ่งจำเป็นสำหรับสมอง วิตามินบี 2 เพื่อเสริมสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มีวิตามินบี 6 บี 12 สูง และมีในอาชิน ไก่เป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินที่ให้พลังงานน้อย แต่มีสารอาหารสูง ที่สำคัญคือ ควรเลือกไก่ที่ปราศจากสารเร่งการเจริญเติบโตจะดีที่สุด
ผักและผลไม้
ตามหลักการแพทย์แผนจีน แนะนำให้กินอาหารที่ให้ความเย็นแก่ร่างกาย เช่น มะเขือเทศ แตงกวา เต้าหู้ ข้าวโพด ผักโขม กีวี หรือแตงโม
อาหารที่ควรเลี่ยง
ในหน้าร้อนควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ความร้อนแก่ร่างกาย เช่น ขิง กระเทียม เนื้อวัว ส้ม มะพร้าว ลิ้นจี่ ต้นหอม หรือหัวหอมใหญ่ เพราะจะทำให้ร่างกายเสียสมดุลและเกิดการเจ็บป่วย
เต้าหู้บำรุงสุขภาพในหน้าร้อน
เต้าหู้เหมาะกับอากาศร้อนและย่อยง่าย เช่น แกงจืดเต้าหู้ และเหยาะน้ำมันงาลงไปเล็กน้อย มันจะช่วยคลายความร้อนให้ร่างกายและช่วยในการซ่อมแซมร่างกาย
สมุนไพร
ที่เหมาะกับหน้าร้อนก็คือสะระแหน่ เนื่องจากสะระแหนให้ความเย็นแก่ร่างกาย จึงจัดเป็นสมุนไพรเย็นในขณะที่ขิงจัดเป็นสมุนไพรร้อน เพราะจะทำให้ร่างกายร้อน ซึ่งเหมาะที่จะกินในฤดูหนาวมากกว่า
ริดสีดวงทวาร
มีวิจัยที่เชื่อได้ว่าริดสีดวงทวารเกิดจากหลาย ๆ สาเหตุ อย่างเช่น
1. ท้องผูก หรือ ท้องเสียเป็นประจำ (รวมถึงอาหารที่ทานส่วนใหญ่เป็นเนื้อมากผักซึ่งเป็นกาก)
2. การขาดการออกกำลังกาย
3. ความเครียด
4. ในบางครั้งเกิดจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง เช่นการนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน หรือการรับประทานอาหารอย่างรีบเร่งในแต่ละมื้อก็มีส่วน
5. ภาวะการตั้งครรภ์
6. พันธุกรรม
7. ความชรา
8. หรือในบางครั้งเกิดจากธาตุเจ้าเรือนของคนคนนั้น คือ ภายในร่างกายเขาร้อนจนเกินไป
ในการรักษาโรคนี้ไม่สามารถหายขาดได้ เป็นไปได้ว่าเมื่อหายแล้วอาจกลับมาเป็นอีก เนื่องจากพฤติกรรมในแต่ละข้อที่กล่าวมา ก่อนอื่นให้ลองดูว่าสาเหตุที่ตัวเองเป็นเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากการรับประทานเนื้อมากกว่ากาก งั้นขอให้เริ่มรับประทานผักทุกมื้อ มื้อละ 4-5 ช้อน (เป็นการเริ่มต้น) ก่อนทานอาหารเช้าและเย็นทานเพชรสังฆาต 3 แคปซูล และในตอนเย็นหลังทานข้าวเรียบร้อยสักพักหนึ่ง ให้ทานผลไม้ที่กากเยอะมาก ๆ เช่น แก้วมังกรสัก 1 ผล , กล้วย 2 ลูก, ส้ม สัก 3-4 ผล รับประกันได้เลยค่ะว่าตอนเช้าจะถ่ายง่ายมาก ไม่ต้องใช้ยาถ่ายร่วมกับเพชรสังฆาตเลย ถ้าทำเช่นนี้ 2-3 อาทิตย์อาการดีขึ้นเยอะ แสดงว่าการเป็นริดสีดวงของคุณเป็นเนื่องจากการรับประทานอาหาร แต่ถ้าดีขึ้นเล็กน้อย ให้ลองเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหารพร้อม ๆ กับการออกกำลังกายวันละประมาณ 15-30 นาที อย่าออกกำลังกายแบบหักโหมนะคะ ให้ลองออกกำลังกายแบบสบาย ๆ พอให้เหงือตกนิด ๆ ก็พอ เช่น โยคะ, เดิน หรือว่ายน้ำ (อันนี้เหงื่อไม่ตก) ถ้าดีขึ้นเยอะแสดงว่าร่างกายของคุณขาดการออกกำลังกายอย่างรุนแรง จึงแสดงออกมาในลักษณะของโรค แต่ในบางท่านอาการดีขึ้นเพียงเล็กน้อย ให้สงสัยว่าลักษณะของโรคริดสีดวงที่คุณเผชิญอยู่น่าจะเกิดจากความเครียด ถ้าเป็นเช่นนั้น ตัวคุณเองควรที่จะผ่อนคลายความเครียดในแบบที่คุณคิดว่าดีที่สุดสำหรับคุณ รวมถึงทำกิจกรรมที่แนะนำไปตั้งแต่ต้นไปพร้อม ๆ กัน น่าจะช่วยให้ริดสีดวงหายและกลับมาเป็นยากขึ้นนะคะ
กิจกรรมคลายเครียด
กิจกรรมคลายเครียด ลองมาดูถึงเรื่องอาหารการกิน ที่ช่วยลดความเครียดกันบ้าง ซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง นมวัว เนื้อสัตว์ ไข่ จะมีสารอาหารช่วยลดระดับความเครียดชื่อ ทริปโตฟาน, ในธัญพืชต่าง ๆ ยีสต์ รำข้าว เครื่องใน เนื้อ ถั่ว ผัก มีสารอาหารจำพวกวิตามินบี ๖ , ตับ เครื่องใน เนื้อ เป็ด ไก่ ปลา ถั่ว ยีสต์ จะมีสารอาหารจำพวกวิตามินบี ๓ ฯลฯ ส่วนของหวานสุดโปรดของหลายๆ คน อย่าง ช็อคโกแลต ก็ช่วยแก้เครียดได้ชะงัดเช่นกัน
ที่มาข้อมูล :บริษัท พับบลิค ฮิต จำกัด