ผักผลไม้ 7 ชนิด ที่ผู้หญิงควรรับประทาน

จาก MCOT Variety

ถึงแม้จะมีสาวๆ หลายคนไม่ค่อยจะพิศมัยในการกินผักผลไม้เท่าไหร่นัก แต่ก็เห็นพยายามหาวิธีที่จะทานเข้าไป ด้วยความหวังที่อยากให้ผักผลไม้เหล่านั้นสร้างประโยชน์ให้กับร่างกาย ผักและผลไม้แต่ละชนิดนั้นก็มีวิตามินและแร่ธาตุที่พิเศษแตกต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้ก็เลยมีเรื่องราวของผักผลไม้ 7 ชนิด ที่มีผล ‘โดยตรง’ ต่อสุขภาพของ “ผู้หญิง” มาฝาก

1. ลูกพรุน ต้องบอกเลยว่าเป็นแหล่งโปแทตสเซียม เหล็ก และไฟเบอร์ชั้นดี ที่สำคัญลูกพรุนยังช่วยให้สาวๆ มีเลือดฝาดดูเป็นสาวสดใส ยิ่งโดยเฉพาะสาวๆ ที่มีอายุ 25 ขึ้นไปร่างกายจะเริ่มเสื่อมโทรม ไขมันจะเริ่มสะสมตามที่ต่างๆ ผิวหน้าก็อาจจะหมองคล้ำลง ธาตุเหล็กที่มีในลูกพรุนจะช่วยดูแลเรื่องนี้ควบคู่กับภาวะที่สตรีต้องสูญเสียเลือดและธาตุเหล็กไปกับประจำเดือนอีกด้วย

2. ถั่ว เพียบพร้อมไปด้วยโปรตีน เหล็กและวิตามินบีด้วยนะคะ มีนักวิทยาศาสตร์เค้าค้นพบว่าเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ชนดที่ละลายน้ำ (ซึ่งมีมากในถั่วค่ะ) ไฟเบอร์จะเคลือบกระเพาะ ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วและนาน ความอยากอาหารจะลดลง แถมนอกจากไฟเบอร์แล้วในถั่วยังมีสารอาหารชนิดอื่นๆ อีกด้วย นี่ล่ะค่ะจึงทำให้ผู้หญิงอย่างเราหุ่นดีโดยไม่ขาดสารอาหาร

3. บรอคโคลี มีซีลีเนียมมากซึ่งจะช่วยบำรุงผิวพรรณและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณอ่อนนุ่มมีน้ำมีนวลแถมยังช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้

4. กล้วย โดยเฉพาะในกล้วยไข่จะมีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระ เมื่อสาวๆ อายุ 22 ปีไปแล้ว ร่างกายจะเริ่มหยุดการเติบโต ความเสื่อมของร่างกายก็จะเริ่มมาเยือนค่ะ และนั่นก็จะทำให้เซลล์ในร่างกายทุกเซลล์ผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้น ที่แน่นอนที่สุดความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอก็จะลดลงเรื่อยๆ ความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระก็ลดลง นี่ล่ะค่ะ สาว ๆ จึงต้องรับประทานกล้วยให้เยอะๆ

5. ฝรั่ง รู้รึเปล่าคะว่า ฝรั่ง 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 180 มิลลิกรัม ซึ่งวิตามินซีนี้มีบทบาทในการสร้าง ‘คอลลาเจน’ ที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึงยืดหยุ่น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัย

6. แอปเปิ้ล มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ที่ชื่อ ‘เพคติน’ ซึ่งจะช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนักและลดคอเลสเตอรอล ถ้าสาวๆ หิวเมื่อไหร่ล่ะก็ให้นึกถึงแอปเปิ้ลไว้ก่อนเลย

7. ส้ม เป็นแหล่งวิตามินเกลือแร่ และเส้นใยธรรมชาติ น้องๆ รู้มั้ยคะว่าการรับประทานส้มโดยไม่คายกากจะช่วยคุมน้ำหนักได้อีกทางนึงนะคะ เพราะจะทำให้เราอิ่มท้องเร็ว สาวๆ ที่อยากลดน้ำหนักต้องส้มเลย

ขอขอบคุณ นิตยสาร first

January 8, 2009. Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

หลักกินเจปลอดภัยได้ประโยชน์

วันที่ 1 ตุลาคม 2551 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ในช่วงเทศกาลกินเจ มีผู้บริโภคอาหารเจมากขึ้น ทว่าการรับประทานอาหารเจให้ได้ประโยชน์แก่ร่างกายอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญควรเลือกรับประทานและคำนึงถึงวัตถุดิบในการปรุง ฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงทำวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารเจ ที่ทำจากโปรตีนถั่วเหลืองหรือกลูเตนจากแป้งสาลี ซึ่งผลิตเป็นอาหารประเภทไส้อั่ว ไส้กรอก ปลาเค็ม และลูกชิ้น ว่าสามารถก่อกลายพันธุ์ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหรือไม่

จากผลการวิจัยรศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากการศึกษาพบว่าผลิตภัณฑ์อาหารทั้ง 4 ชนิดดังกล่าว ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ ตรงกันข้ามกลับสามารถลดฤทธิ์การก่อกลายพันธุ์ได้ นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งหรือลดความเสี่ยงในการก่อกลายพันธุ์ โดยช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเอ็นไซม์ที่ทำลายสารพิษ อีกทั้งอาหารเจมีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลัก คนกินเจจึงได้รับกากใยผักและผลไม้ในปริมาณมากพอ ซึ่งจะช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ช่วยดักสารพิษในร่างกาย ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่  และยังมีสารพฤกษเคมีต่างๆที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อได้ด้วย

“แม้ว่าการรับประทานอาหารเจจะมีผลดีต่อสุขภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระวังคือ อาหารเจมีไขมันสูง สังเกตได้จากอาหารเจมีความมันวาว อีกทั้งหลายชนิดเป็นอาหารประเภททอด ดังนั้นการรับประทานอาหารเจ จึงไม่ควรรับประทานอาหารปรุงด้วยน้ำมันมากเกินไป อาหารประเภททอดควรใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันปาล์มเพราะมีจุดเดือดสูง อาหารกรอบทน ไม่เหม็นหืนง่าย ส่วนอาหารประเภทผัดหรืออาหารที่ไม่ใช้ความร้อนสูง ควรใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน เนื่องจากร่างกายสามารถย่อยได้ง่าย และนำไปสร้างเซลล์ต่างๆ ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด”รศ.ดร.แก้วกล่าว

หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวอีกว่า ผู้มีปัญหาคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง ควรเลือกใช้น้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว แต่น้ำมันประเภทนี้มีข้อเสียเช่นกันคือ เมื่อมีการใช้ซ้ำหรือได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานาน จะมีกลุ่มสารโพลาร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ทางที่ดีคือนอกจากเลือกใช้น้ำมันให้เหมาะกับชนิดของอาหารแล้ว ไม่ควรใช้น้ำมันทอดอาหารซ้ำบ่อยๆ อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

October 1, 2008. Tags: , , , , , , , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

กินผักและผลไม้ถูกวิธี

วันที่ 26 สิงหาคม 2551 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ใครที่ชอบกินผักและผลไม้ ถ้าหากกินไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้ได้รับประโยชน์หรือสารอาหารต่าง ๆ น้อยกว่าที่ควร วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาบอก…

แก้วมังกร – ผลไม้ชนิดนี้กินได้เพลิน ๆ  แต่ถ้ากลืนโดยไม่ได้เคี้ยวเมล็ดเล็ก ๆ สีดำให้แตกซะก่อน อาจพลาดสิ่งดี ๆ ไป เพราะในเมล็ดของแก้วมังกรมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ รวมทั้งวิตามินอี การเคี้ยวให้แตกจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารเหล่านี้ได้

ส้ม - ส้มเป็นผลไม้ที่มีไบโอฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยจะมีมากในเยื่อบุผิวและเนื้อเยื่อส่วนใน ดังนั้น เวลากินส้มจึงไม่ควรลอกเยื่อบุผิวขาวๆ ออก และควรกินเนื้อส้มเข้าไปด้วย ช่วยเพิ่มกาก ใย อาหารอีกต่างหาก

ฝรั่ง - เวลากินฝรั่งหลายคนจะทิ้งเมล็ดแล้วกินแต่เนื้อเพราะมีความเชื่อว่าการกินเมล็ดฝรั่งจะทำให้เป็นโรคไส้ติ่ง ทั้ง ๆ ที่เมล็ดฝรั่งมีความหวานหอมและเป็นกากใยอาหารที่ดีเยี่ยม จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นเมล็ดอะไรหรืออาหารอะไร หากสามารถเข้าไปในไส้ติ่งได้ก็ทำให้เป็นโรคไส้ติ่งอักเสบได้ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้อง เป็น เมล็ดฝรั่งอย่างเดียว

แครอท - ผักสีส้มที่กินแล้วผิวสวยเพราะได้ชื่อว่ามีสารเบต้าแคโรทีนสูง แต่จะได้ประโยชน์มากขึ้นหากปรุงด้วยความร้อนก่อนนำมากิน ความร้อนจะช่วยทำให้ผนังเซลล์ของแครอทอ่อนตัวลงร่างกายสามารถย่อยได้ง่ายและดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้ดีขึ้น

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากมีสุขภาพที่ดี ก็อย่าลืมหันมากินผักและผลไม้กันเยอะ ๆ.

August 26, 2008. Tags: , , , , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

5 นิสัย ห่างไกลริ้วรอย

วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เวลา 10:09 น. จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันนี้เดลินิวส์มีเคล็ดลับช่วยป้องกันใบหน้าไม่ให้มีริ้วรอยก่อนวัย กับ 5 นิสัยง่าย ๆ ช่วยห่างไกลริ้วรอยได้มาฝากกัน…

1. ถ้าชอบนอนคว่ำหน้า ให้เลิกนิสัยแบบนี้ ปรับท่ามาเป็นนอนหงาย เพื่อกันไม่ให้ใบหน้าเสียดสีจนเกิดเป็นริ้วรอย

2. เมื่อพูดคุยกับคนอื่น พยายามเลี่ยงการแสดงอารมณ์จัด ๆ ด้วยการยกหน้าผากขึ้นลง มีวิธีสื่อสารด้วยท่าทางอื่นอีกมากมาย ที่สามารถใช้แทนท่าทางนี้ได้ และเมื่ออยู่คนเดียวลองฝึกวางสีหน้าให้ดูผ่อนคลายบ้างระมัดระวังการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าแบบไร้ความหมาย เช่น นั่งกินข้าวเฉย ๆ ก็ยังขมวดคิ้วอยู่

3. หันมาออกกำลังกายและรับประทานผักผลไม้อย่างสม่ำเสมอ

4. ทาครีมกันแดดปกป้องผิวทุกวันแม้จะอยู่แต่ในบ้าน เสมือนเป็นขั้นตอนต่อเนื่องทุกครั้งหลังจากที่ทามอยส์เจอไรเซอร์เสร็จ

5. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเหล่านี้จะพรากความชุ่มชื้นไปจากผิว

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากมีผิวสวยห่างไกลริ้วรอยก็ลองทำตามคำแนะนำกันดูได้

August 11, 2008. Tags: , , , , , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

ใครบ้างที่ควรรับประทานผักและผลไม้รวม

ครบ้างที่ควรรับประทานผัก และผลไม้รวม

  1. ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการได้รับอนุมูลอิสระ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา

  2. ผู้ที่อยู่ในสภาวะเป็นพิษ หรือ มลภาวะเป็นพิษ

  3. ผู้ที่มีพฤติกรรมการรับประทานของทอดที่ใช้น้ำมันเก่า คนที่ชอบทานของปิ้ง ย่าง เกรียมๆ หรือคนที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ

  4. ผู้ที่ทานผลไม้ไม่พอเพียงในแต่ละวัน

โกรธแค่ 5 นาที สุขภาพไม่ดีไปอีก 6 ชั่วโมง

ใครที่โกรธง่าย แม้จะอ้างว่าหายเร็วก็ใช่ว่าจะดี เพราะแม้โกรธเพียง 5 นาทีนั้น ก็สามารถยับยั้งการผลิตภูมิต้านทานโรคยาวนานถึง 6 ชั่วโมง

เมื่อเรารู้สึกโกรธ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือ ฮอร์โมนเครียด ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างภูมิคุ้มกัน ผลคือ ร่างกายจะเสี่ยงต่อการป่วยเป็นไข้หวัด หรือ โรคทางเดินหายใจง่ายขึ้น แต่ร่างกายจะสามารถเพิ่มการสร้างภูมิคุ้มกันได้ หากเรามีความรู้สึกรัก และ เอื้ออาทรต่อผู้อื่น โดยการรู้สึกรักเพียง 5 นาที ก็จะช่วยให้ร่างการสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมง

June 27, 2008. Tags: , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.