วิธีปฏิบัติเมื่อเป็นโรคความดันโลหิตสูง
วันที่ 5 มกราคม 2552 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ใครที่รู้ตัวว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีปฏิบัติเมื่อรู้ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาบอก…
ข้อควรปฏิบัติเมื่อรู้ว่าเป็นความดันโลหิตสูง ดังนี้
1. ลดน้ำหนักตัว โดยเฉพาะในคนที่น้ำหนักเกินมาตรฐาน พบว่าน้ำหนักตัวที่ลดลงทุก 1 กิโลกรัม จะทำให้ค่าความดันลดลง 2.5/1.5 มม.ปรอท เฉพาะในคนที่อ้วน
2. ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เค็มจัด เพื่อลดปริมาณเกลือที่ทำให้ความดันโลหิตสูง เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย เกลือน้อย เพิ่มผักและผลไม้จะสามารถช่วยลดความดันค่าบน (Systolic BP ) ได้ถึง 11 มม.ปรอท
3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ จะสามารถลดความดันค่าบน ( Systolic BP ) ได้ถึง 10 มม.ปรอท
4. ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ พบว่าถ้าออกกำลังกายสม่ำเสมอ 5 ครั้ง/สัปดาห์ อย่างน้อย 30 นาที/ครั้ง จะช่วยลดความดันค่าบน (Systolic BP) ได้ 2-10 มม.ปรอท
5. ทำจิตใจให้สบายไม่เครียด และวิตกกังวล
6. สตรีที่มีความดันโลหิตสูงจากยาคุมกำเนิด ควรหยุดยาและปรึกษาแพทย์ เพื่อหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม
7. รับประทานยาตามแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตและปรับยาให้เหมาะสม
รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำ จะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง.
ใครบ้างที่ควรรับประทานผักและผลไม้รวม
ครบ้างที่ควรรับประทานผัก และผลไม้รวม
-
ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการได้รับอนุมูลอิสระ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา
-
ผู้ที่อยู่ในสภาวะเป็นพิษ หรือ มลภาวะเป็นพิษ
-
ผู้ที่มีพฤติกรรมการรับประทานของทอดที่ใช้น้ำมันเก่า คนที่ชอบทานของปิ้ง ย่าง เกรียมๆ หรือคนที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ
-
ผู้ที่ทานผลไม้ไม่พอเพียงในแต่ละวัน
โกรธแค่ 5 นาที สุขภาพไม่ดีไปอีก 6 ชั่วโมง
ใครที่โกรธง่าย แม้จะอ้างว่าหายเร็วก็ใช่ว่าจะดี เพราะแม้โกรธเพียง 5 นาทีนั้น ก็สามารถยับยั้งการผลิตภูมิต้านทานโรคยาวนานถึง 6 ชั่วโมง
เมื่อเรารู้สึกโกรธ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือ ฮอร์โมนเครียด ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างภูมิคุ้มกัน ผลคือ ร่างกายจะเสี่ยงต่อการป่วยเป็นไข้หวัด หรือ โรคทางเดินหายใจง่ายขึ้น แต่ร่างกายจะสามารถเพิ่มการสร้างภูมิคุ้มกันได้ หากเรามีความรู้สึกรัก และ เอื้ออาทรต่อผู้อื่น โดยการรู้สึกรักเพียง 5 นาที ก็จะช่วยให้ร่างการสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมง
