โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤษภาคม 2552 04:17 น.

“โรคภูมิแพ้” หรือภาวะที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายมีปฏิกิริยากับโปรตีนหรือสารก่อภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อมนั้นถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่สามารถบั่นทอนสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้ใหญ่หลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี ซึ่งในบางรายที่มีอาการแพ้รุนแรงอาจถึงแก่ชีวิตได้อีกด้วย และถ้าหากโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กทารกแรกคลอดที่ยังไม่สามารถสื่อสารได้มากไปกว่าการร้องไห้นั้น ความทรมานที่เด็กได้รับจะมากมายเพียงใด เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่เคยผ่านประสบการณ์ในการดูแลลูกในภาวะเช่นนั้นคงสามารถนึกภาพตามได้เป็นแน่แท้

ครอบครัว “เทวอักษร” เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่ประสบกับปัญหาดังกล่าว เมื่อน้องดุ๊กกี้ – ด.ช. ปริญ ลูกชายคนแรกของคุณพ่อตะวัน – คุณแม่อัญชลี ต้องประสบกับปัญหาโรคภูมิแพ้ตั้งแต่แรกคลอด ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เนื่องจากคุณพ่อตะวันนั้นก็เป็นภูมิแพ้อาหารด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ความรุนแรงของการแพ้ที่เกิดกับลูกนั้น คุณอัญชลีเล่าว่า น้องดุ๊กกี้แพ้กระทั่ง “น้ำนมแม่”

“ช่วงที่คลอดน้องใหม่ ๆ ให้ทานนมแม่อย่างเดียวตลอด 5 – 6 เดือน แต่ก็สังเกตว่า ทุกครั้งที่น้องทานนมแม่เข้าไป สักพักจะมีผื่นแดงเรื่อ ๆ ขึ้นบริเวณรอบปาก ทำให้ลูกคัน และมีอาการงอแง เมื่อพาไปพบแพทย์จึงทราบว่าเป็นอาการของภูมิแพ้ แต่ช่วงเดือนแรกหลังคลอดก็ต้องปล่อยให้ผื่นขึ้นเห่อไปก่อน พอเดือนที่สองคุณหมอจึงให้ทาสเตียรอยด์ และให้สังเกตอาการ ซึ่งเราไม่เชื่อว่า ลูกจะแพ้น้ำนมแม่ เพราะอ่านหนังสือก็บอกว่าน้ำนมแม่เป็นสารอาหารที่ดี เหมาะกับทารกที่สุด”

“ต่อมาพอเข้าสู่เดือนที่ 6 อาการผื่นขึ้นก็ยังมีอยู่ แต่ตามตำราที่อ่านเขาก็บอกว่า สามารถให้อาหารเสริมกับลูกได้แล้ว เราก็ให้ตามตำรา เช่น น้ำส้ม ไข่ ปรากฏว่า คราวนี้มีผื่นขึ้นหนักกว่าเดิม ก็เลยเปลี่ยนไปซื้ออาหารสำเร็จรูปตามซูเปอร์มาร์เก็ตมาให้ลูกลองทาน ปรากฏว่าก็แพ้ เป็นผื่นขึ้นเต็มตัว ซึ่งมาทราบภายหลังว่า เพราะอาหารเสริมเหล่านั้นมีกลูเต็นจากแป้งสาลี ไข่ และถั่วที่ลูกเราแพ้เป็นส่วนผสม กล่าวได้ว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไปโรงพยาบาลบ่อยมาก อาทิตย์หนึ่งต้องไปพบแพทย์ประมาณ 2 ครั้ง” คุณแม่เปิ้ลเล่า

ด้วยความที่วัยของน้องดุ๊กกี้ในขณะนั้นยังเด็กเกินกว่าจะเข้ารับการทดสอบภูมิแพ้ และโรคภูมิแพ้ที่เกิดในน้องดุ๊กกี้ก็อยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา จึงทำให้คุณหมอตัดสินใจส่งต่อเคสนี้ให้กับแพทย์เฉพาะทาง และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องราวทั้งหมดให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อคุณหมอกณิการ์ ภิรมย์รัตน์ แพทย์เฉพาะทางด้านภูมิแพ้จากโรงพยาบาลวิชัยยุทธได้แนะนำว่า ครอบครัวควรจะ “ยอมรับให้ได้ในสิ่งที่ลูกเป็น”

“จากการตรวจเช็คโดยละเอียดของคุณหมอ ก็พบว่าลูกเป็นภูมิแพ้อาหาร สาเหตุที่ลูกทานนมเราแล้วมีผื่นขึ้นที่รอบปากก็เพราะว่าเขาได้รับสารอาหารที่เขาแพ้ผ่านทางน้ำนมแม่ ทำให้เราซึ่งเป็นแม่ต้องระมัดระวังการรับประทานอาหารต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนั้น ก็ต้องคอยสังเกต คอยจดว่าอาหารชนิดใดบ้างที่ลูกแพ้ จะได้พยายามหลีกเลี่ยง”

“ตอนแรกรู้สึกแย่มากที่ลูกเรากินได้น้อย ทานแล้วแพ้ไปหมดทุกอย่าง ซึ่งการที่ลูกทานได้น้อยยังส่งผลถึงร่างกายของลูกด้วย ดุ๊กกี้ตอนเด็ก ๆ จะมีผมหงอกเป็นปอย ๆ เลย ด้วยเหตุนี้เราก็ต้องพยายามหาของที่เขากินได้ และมีประโยชน์ต่อร่างกายที่สุดให้เขาทาน”

อาหารปลอดสารพิษ..พระเอกพิชิตภูมิแพ้

เมื่อตั้งใจว่าจะหาอาหารที่ลูกทานได้โดยไม่แพ้แล้ว คุณแม่เปิ้ลจึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดหลังจากลูกหลับไปกับการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่เด็กเป็นภูมิแพ้สามารถทานได้ โดยคุณเปิ้ลเล่าว่าพยายามเสิร์ชหางานวิจัยทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ในเด็ก และพบงานวิจัยบางชิ้นที่ระบุว่า เด็กที่เป็นภูมิแพ้สามารถทานอาหารออร์แกนิค หรืออาหารที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ปุ๋ย หรือสารเคมีได้

ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention) สหรัฐอเมริกาเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ได้เผยแพร่รายงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของข้าวและผักปลอดสารพิษ หลังจากสหรัฐอเมริกามีเด็กอ้วนเพิ่มมากขึ้นถึง 65 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 เป็นต้นมา และมีสถิติการเกิดโรคภูมิแพ้อาหารเพิ่มสูงถึง 400% โดยทางหน่วยงานดังกล่าวระบุว่า อาหารออร์แกนิคเป็นอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ตลอดจนโรคหัวใจ และโรคภูมิแพ้ อีกทั้งยังใช้ในการลดน้ำหนักเด็กอ้วนได้ดีอีกด้วย ซึ่งการเลือกซื้ออาหารออร์แกนิคในประเทศที่มีการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจึงค่อนข้างหลากหลาย และหาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นนม ไข่ ขนมปัง เนื้อสัตว์

จากข้อมูลวิจัยชิ้นเล็ก ๆ เหล่านั้น ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของครอบครัว ๆ หนึ่งไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นครอบครัวคนเมืองครอบครัวหนึ่ง ไปสู่ครอบครัวที่ใส่ใจกับการการเลือกอาหารรับประทานมากขึ้น และหลีกเลี่ยงสารพิษต่าง ๆ มากขึ้นเพื่อลูก

“อาหารออร์แกนิคที่หาได้ และคิดว่าดีที่สุดก็คือ ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ ซึ่งในกรุงเทพฯ พอจะมีร้านค้าจำหน่ายอยู่บ้าง เลยตัดสินใจปรับเปลี่ยนใหม่หมด ซึ่งในจุดนี้ต้องยอมรับในกรรมวิธีการปรุงด้วย เพราะข้าวกล้องต้องใช้เวลาในการเตรียมนานกว่าการหุงข้าวขาว ต้องนำไปแช่น้ำก่อน เพื่อให้ข้าวนิ่ม หุงสุกแล้วจึงนำมาบดกับกล้วย ฟักทอง แครอท ฯลฯ ให้ลูกทาน ส่วนเนื้อหมูเนื้อไก่ก็เลือกซื้อแบบที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ไม่ฉีดยา หรือใช้สารเคมีเร่งโต และเราก็ไม่ได้ให้ลูกทานแบบยัดเยียด อะไรที่เขาทานได้ไม่แพ้ เราก็ให้ทาน อย่างเนื้อสัตว์ก็ให้ทีละน้อย เมื่อเขาทานได้มากขึ้นแล้วจึงค่อยให้เพิ่ม ผลของการให้ลูกทานอาหารปลอดสารนี้ก็พบว่าลูกไม่มีอาการแพ้อีก เลยคิดว่า เรามาถูกทางแล้ว” คุณแม่เปิ้ลกล่าว

เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังเป็นคุณแม่ที่มีความอุตสาหะสูงกว่านั้น เมื่อตัดสินใจเดินทางไปถึงแหล่งผลิตข้าวกล้องปลอดสารพิษที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อดูกรรมวิธีการผลิตของชาวนากันเลยทีเดียว

“ใช้วิธีค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและพบข้อมูลของ “ชุมชนชาวนา” ซึ่งเป็นเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปลอดสารพิษ อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ก็เดินทางไปซื้อข้าวกับเขา การเดินทางครั้งนี้ยังทำให้เราได้เห็นถึงแปลงข้าวปลอดสารพิษของจริง ที่ต้องยอมรับว่าไม่ค่อยสวยนัก มีต้นหักบ้าง เหี่ยวบ้าง ขณะเดียวกันพี่ชาวนาเขาก็ชี้ให้ดูแปลงข้าวที่ใช้ปุ๋ยเคมีเปรียบเทียบ ที่จะเหลืองอร่ามสวยงาม แต่มันทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง และทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”

จากความรักและความทุ่มเทของครอบครัว ส่งผลให้ทุกวันนี้ ด.ช.ดุ๊กกี้เป็นเด็กอีกคนหนึ่งที่อาการโรคภูมิแพ้ค่อย ๆ ทุเลาลง จากที่เคยมีผื่นขึ้นทั่วร่างกายเมื่อได้รับอาหารที่แพ้ก็เหลือแค่ผื่นขึ้นบริเวณปาก รวมถึงส้มที่เริ่มทานได้ ส่วนผักผลไม้ และข้าวกล้องที่เด็กหลาย ๆ คนมักจะร้องยี้ หรือเป็นไม้เบื่อไม้เมากันและกัน แต่สำหรับด.ช.ดุ๊กกี้แล้ว สิ่งเหล่านี้คืออาหารประจำวันที่เขาชื่นชอบเพราะคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก

“มันทำให้เราย้อนกลับไปคิดถึงจุดเริ่มแรก ตั้งแต่เราตั้งครรภ์ ตอนนั้นก็เลือกทานอาหารตามที่ตำราแนะนำ เช่น นม ไข่ แต่สุดท้ายเมื่อพบกับผลลัพธ์ว่าเรามีลูกเป็นภูมิแพ้เลยทำให้เราได้ประสบการณ์ว่า การหลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้ยาฆ่าแมลง-สารเคมีน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวของเราค่ะ” คุณเปิ้ลกล่าวปิดท้าย

ประสบการณ์ของคุณแม่จากครอบครัวเทวอักษร และผลลัพธ์ที่ได้รับในวันนี้ว่าลูกมีสุขภาพดีขึ้น อาจไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน หากแต่ต้องอาศัยความอุตสาหะ อดทน เอาใจใส่ ตลอดจนความช่างสังเกตอย่างสูง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การเลือกเดินในเส้นทางใหม่ของครอบครัวเทวอักษรมีความสอดคล้องกับแนวทางของแพทย์ชาวกรีกผู้เป็นบิดาแห่งแพทยศาสตร์อย่าง Hippocrates ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า “Let your food be your medicine, and your medicine be your food.” เป็นอย่างยิ่ง

May 13, 2009. Tags: , , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

น้ำมันมะพร้าวสกัดบริสุทธิ์พิเศษ 100%

น้ำมันมะพร้าว   อุดมไปด้วยกรดลอริค  (Lauris acid)   ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่พบในน้ำนมแม่   เป็นกรดไขมันสายปานกลาง  (medium chain faity acid)  ซึ่งเป้นประโยชน์ต่อร่างกาย   มีแร่ธาตุและสารอาหารในปริมาณสูง   รวมทั้งยังมีวิตามินอี  ที่ให้ความชุ่มชื้นและช่วยต้านอนุมูลอิสระ   น้ำมันมะพร้าวช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส   เชื้อแบคทีเรีย   และเชื้อโปรโตซัว   รวมทั้งมีคุรสมบัติในการเสริมสุขภาพและความงาม   อีกทั้งยังนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอุตสาหกรรมอาหาร

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์

  1. ใช้รับประทานไม่เกินวันละ 3.5 ช้อนโต๊ะ  เพราะน้ำมันมะพร้าวช่วยลดคลอเรสเตอรอลไม่ทำให้เป็นโรคหัวใจ   ช่วยลดคลอเรสเตอรอลรวม LDL  และเพิ่ม  HDL   ซึ่งดีกับสุขภาพหัวใจ
  2. ใช้บำรุงเส้นผมโดยการหมักทิ้งไว้แล้วล้างออกจะทำให้ผมนุ่มดกดำเป็นเงางาม   รักษารากผมและช่วบป้องกันและรักษารังแคบนหนังศรีษะ
  3. ใช้ทาผิวบำรุงผิวจะช่วยรักษาผิวให้อ่อนเยาว์
  4. ใช้ทามือให้ความชุ่มชื้น   ลดความหยาบกร้านทำให้มือนุ่มน่าสัมผัส   ใช้บำรุงเล็บเพิ่มความแข็งแรงทำให้เล็บไม่หักง่าย
  5. ใช้ทาส้นเท้าแตกโดยทาเป็นประจำ
  6. ใช้นวดตัวในการบำบัดหรือการทำสปาจะช่วยผ่นคลายเส้นได้ดี

คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์
ในน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์มีองค์ประกอบสำคัญ  คือ  Lauris acid  ซึ่งเป็น  medium chain faity acid  จะถูกเปลี่ยนเป็น  Monolaurin  ในร่างกายมนุษย์และสัตว์ที่มีคุณสมบัติต้านไวรัส   เชื้อแบคทีเรีย   และเชื้อโปรโตซัว   ซึ่งสาร  medium chain faity acid  จะถูกใช้โดยร่างกายเพื่อป้องกันและทำลายเชื้อไวรัสหลายชนิด   อาทิ  HIV , Herpos , Cytomagalovirus
>> ช่วยลดจำนวน  viral load  (จำนวนเชื้อไวรัส)   ในผู้ป่วยโรคเอดส์   เนื่องจากมีผลต้านไวรัส   และใช้ในการป้องกันและทำลาย เชื้อแบคทีเรีย   และเชื้อโปรโตซัวบางชนิด   และยังมีคุรสมบัติต้านเชื้อราอีกด้วย
>> ช่วยทำให้ผิวหนังเต่งตึงชุมชื้น   ดูอ่อนเยาว์   ชะลอการเกิดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง   มีองค์ประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ  เช่น  วิตามินอี  ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมและป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลผิว
>> ช่วยรักษาผิวที่โดนแดดจัด   แผลถลอก   และผื่นคัน
>> ช่วยทำให้เส้นผมเรียบไม่พันกัน   ดำเป็นเงางาม   และลดปัญหาผมแห้งแตกปลาย
>> ช่วยทำให้กระบวนการย่อยอาหาร  (Digestive System)  ดูดซึมสารอาหารและเผาผลาญพลังงาน  (Metabolism)  ของร่างกายให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
>> ช่วยในการลดน้ำหนัก   เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวช่วยในการเผาผลาญพลังงาน   ซึ่งมีผลทำให้การนำไขมันมาเผาผลาญเป็นพลังงานมากขึ้น   และเมื่อใช้ร่วมกับวิธีการควบคุมอาหารที่เหมาะสมจะทำให้น้ำหนักลดลงได้
>> ช่วยบรรเทาอาการของโรคไทรอยด์ต่ำ  (Hypothyroidsm)  เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวช่วยให้กระบวนการเผาผลาญของร่างการดีขึ้น
>> ช่วยป้องกันควบคุมและบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน   เนื่องจากทำให้  Metabolism  มีประสิทธิภาพดีขึ้น

กระบวนการผลิต
เป็นนวัตกรรมใหม่ในการผลิตน้ำมันมะพร้าวจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA  ระบบการผลิตเป็นการผลิตน้ำมันมะพร้าวจากกะทิสดจากมะพร้าวที่คัดสรรอย่างดีและสด  โดยผ่านระบบเซ็นทริฟิวส์ (Centrifugal)  จึงได้น้ำมันมะพร้าวที่บริสุทธิ์พิเศษ 100%  ** Extra Virgin Coconut Oil **  (EVCO)

July 21, 2008. Tags: , , , , , . Uncategorized. Leave a comment.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.