ซดกาแฟจัดประสาทหลอน ฤทธิ์คาเฟอีนซ้ำเติมร่างกายให้เครียดจัด

16 ม.ค. 52 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

นักวิจัยเมืองน้ำชากล่าวเตือนว่า ผู้ที่กินกาแฟ ชา ช็อกโกแลต หรือเครื่องดื่มเสริมพลัง ที่มีคาเฟอีนมากๆ อาจจะมีอาการประสาทหลอนได้ เห็นผีเห็นสาง หรือแว่วเสียงแปลกๆ

นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดอแฮม กล่าวว่า คอกาแฟที่ดื่มกาแฟต้มหรือชง เกินกว่าวันละ 3 ถ้วย หรือเทียบเท่ากับกาแฟสำเร็จ 7 ถ้วย อาจจะมีโอกาสเกิดประสาทหลอน มากกว่าคนที่ดื่มเพียงวันละถ้วยกว่ากันถึง 3 เท่า

หากแต่บรรดานักวิชาการ ต่างพากันคัดค้านว่า การศึกษายังไม่ได้เป็นการพิสูจน์ถึงความเกี่ยวพันที่ไม่เป็นทางการ และได้ย้ำว่า การมีอาการประสาทหลอน ไม่ใช่เครื่องแสดงอาการทางจิตที่แน่ชัด และกล่าวว่าคนทั่วไปที่ต่างก็เคยได้ยินเสียงแปลกๆ ก็มีอยู่มากประมาณร้อยละ 3

ทางหัวหน้าคณะวิจัยนายไซมอน โจนส์ นักศึกษาปริญญาเอก วิชาจิตวิทยา โต้ว่า ครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงประสบการณ์ของการมีประสาทหลอน จากสาเหตุต่างๆอย่างกว้างๆหนแรก อาจกล่าวสรุปได้ว่า กาแฟได้ไปช่วยซ้ำเติมให้ความเครียดของจิตใจและอารมณ์ให้กลับหนัก

January 16, 2009. Tags: , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

อาหารจำเป็นของการมีอายุขัยยั่งยืน อย่าให้ขาด ชา กาแฟและโกโก้

22 ต.ค. 51 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

นักวิทยาศาสตร์โภชนาการเอกสั่งว่า ถ้าอยากมีอายุขัยให้ยืนยาวและสุขภาพแข็งแรง ควรจะต้องดื่มชา และกาแฟ ไม่ก็โกโก้ทุกวัน ในปริมาณที่สมควรและไม่มากเกินไป อย่าให้ขาด

ศาสตราจารย์แกรี วิลเลียมสัน มหาวิทยาลัยลีดส์ แห่งอังกฤษ มีความเห็นว่า ผู้ที่อยากมีอายุยืนสุขภาพแข็งแรง จะขาดชา กาแฟ และโกโก้ ไม่ได้ เพราะมันเป็นอาหารและเครื่องดื่มที่สำคัญ เครื่องดื่มทั้งสามนี้ รวมอยู่ในรายการที่เขาให้ชื่อว่า “สิ่งที่ใช้เป็นอาหารอันจำเป็นของการมีอายุขัยยืนยาว” ที่กำลังรวบรวมอยู่ ทั้งหมด 20 อย่างด้วยกัน

เขายกย่องว่าอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ ไม่ แต่เพียงจะช่วยชะลอความแก่ชราให้เท่านั้น หากยังจะช่วยถนอมรักษาเซลล์ไม่ให้เสื่อมโทรมลงตามธรรมชาติของกาลเวลาด้วย

อาจารย์ แกรีบอกต่อไปว่า จากการศึกษาทางระบาดวิทยา ได้ผล ต่างพากันสนับสนุนพวกอาหารที่อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล ในการปกป้องคุ้มครองร่างกาย ผู้ที่กินผักและผลไม้น้อยจะขาดสารนี้ เป็นเหตุให้เสี่ยงกับการเจ็บป่วยมากขึ้น “เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นกับที่จะได้บรรลุอายุขัยได้สูงสุด จึงต้องถือ ว่ามันเป็นพื้นฐานของการมีอายุขัยยั่งยืน” อย่างแท้จริง.

October 22, 2008. Tags: , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

ติดกาแฟ ไม่ได้ดื่ม หงุดหงิด ปวดหัว

วันที่ 31 สิงหาคม 2551 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

มีคอกาแฟสอบถามเข้ามาว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น เอสเพรสโซ่ คาปูชิโน่ ม็อคค่า ลาเต้ ทั้งร้อน และเย็น ถ้าวันไหนไม่ได้ดื่มแล้วรู้สึกหงุดหงิด แสดงว่าติดกาแฟใช่หรือไม่

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุร วัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า กาแฟ ถ้าดื่มน้อย ๆ แต่พอดีจะมีฤทธิ์กระตุ้นสมองและหัวใจทำให้สมองโปร่ง รู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง แต่ถ้าดื่มมากเกินไปจะทำให้ติด พอติดจะยิ่งดื่มในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้สมองและหัวใจทำงานหนัก เกิดความดันโลหิตสูงขึ้นได้

ปกติกาแฟ 1 ถ้วยกาแฟ จะมีกาเฟอีนประมาณ 40-50 มิลลิกรัม กาแฟที่ระบุว่าไม่มีกาเฟอีนก็ยังมีกาเฟอีน อยู่ แต่น้อยประมาณ 3 มิลลิกรัม ส่วนกาแฟเย็นแก้วใหญ่ ๆ ยาว ๆ นั้น น่าจะมีกาเฟอีนประมาณ 40-70 มิลลิกรัม แต่กาแฟยี่ห้อดังบางยี่ห้ออาจมีปริมาณกาเฟอีน มาก  กว่านี้

ปัจจุบันมีความเชื่ออันหนึ่งว่า กาแฟแก่ ๆ อย่างเอสเพรสโซ่ มีรสเข้มข้น มีความขมน่าจะมีกาเฟอีนเยอะ ความจริงแล้วความขมไม่ได้บอกว่ามีกาเฟอีนเยอะ อย่าง เอสเพรสโซ่ 1 ช้อนเท่ากับดื่มน้ำอัดลม 1 กระป๋อง เท่านั้นเอง การที่บางคนบอกว่า ดื่มเอสเพรสโซ่แล้วปวดหัว แต่ดื่มน้ำอัดลมเป็นลิตรไม่ปวดหัว น่าจะเป็นเรื่องของอุปาทานมากกว่า

ดังนั้นการดื่มกาแฟในคนทั่วไปจึงไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ 4 ถ้วยกาแฟต่อวัน โดยปริมาณกาเฟอีนที่เป็นพิษต่อร่างกาย คือ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่คนที่ติดกาแฟ  มาก ๆ อาจดื่มได้ถึงวันละ 20 ถ้วยโดยไม่รู้สึกเป็นพิษ

อาการของคนที่ติดกาแฟ คือ เมื่อใดก็ ตามที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ จะรู้สึกหงุดหงิด ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ขอได้กลิ่นกาแฟสักนิดก็ยังดี ซึ่งคนที่ติดกาแฟส่วนใหญ่จะติดน้ำอัดลมด้วย

สำหรับคนที่ไม่ควรดื่มกาแฟเลย คือ คนที่เป็นโรคหัวใจ โรคทางสมอง และโรคไมเกรน เพราะอาจทำให้โรคกำเริบได้

กรณีที่มีความเชื่อว่าการดื่มกาแฟจะช่วยลดน้ำหนัก ขอเรียนว่าไม่เป็นความจริง การดื่มกาแฟอาจจะทำให้ปัสสาวะมากขึ้น แต่ไม่มีผลต่อการลดน้ำหนัก ส่วนที่บอกว่า กาแฟมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายอนุมูลอิสระนั้น ก็ต้องบอกว่า การรับประทานผักและผลไม้ในชีวิตประจำวันร่างกายก็ได้รับสารแอนตี้ออกซิแดนท์อยู่แล้ว

มีการมองว่ากาเฟอีนจากธรรมชาติในกาแฟไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกายเหมือนกาเฟอีนสังเคราะห์ ? นพ.กฤษดา กล่าวว่า ฤทธิ์ของกาเฟอีน สังเคราะห์กับธรรมชาติไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ข้อดีของกาเฟอีนธรรมชาติคือจะมีสารต้านสนิมอนุมูลอิสระ ส่วนกาเฟ อีนสังเคราะห์จะไม่มี

คนที่อยากจะเลิกดื่มกาแฟต้องทำอย่างไร ? นพ.กฤษดา กล่าวว่า ในคนที่ติดกาแฟมาก ๆ อาจจะใช้วิธี  ค่อย ๆ ลดปริมาณการดื่มกาแฟลง ไม่ต้องหักดิบ โดยเปลี่ยนจากการดื่มกาแฟ เป็นอาหารอย่างอื่นที่มีปริมาณกาเฟอีน เช่น เปลี่ยนเป็นช็อกโกแลต หรือชาแทน ถ้าเลิกไม่ได้ก็ไม่ควรดื่มเกินปริมาณที่กำหนด ถ้าไม่อยากได้กาเฟอีนมากอย่าชงนาน อย่าใช้ความร้อนนาน เพราะกาเฟอีนจะยิ่งออกเยอะ

ท้ายนี้คงต้องบอกว่า การติดกาแฟไม่ได้เป็นอันตรายเหมือนยาเสพติด คนที่ดื่มกาแฟควรรู้ว่าดื่มในปริมาณเท่าใดถึงจะกำลังดี ถ้าไม่ดื่มได้ก็จะเป็นการดี แต่ถ้าเลิกไม่ได้ ก็ไม่ควรดื่มเกินวันละ 4 ถ้วย โดยเฉพาะการดื่มกาแฟที่ใส่น้ำตาลเยอะ ๆ  ก็จะยิ่งทำให้ดื่มกาแฟได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับปริมาณกาเฟอีนมากขึ้น.

suwatb@dailynews.co.th

September 3, 2008. Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

อาหารเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

วันที่ 3 สิงหาคม 2551จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมาบอก…

- อาหารไขมันสูงหรือเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น เนื้อหมู เนื้อวัวติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่ปลา หอยนางรม ไข่แดงและกะทิ

- ขนมหวาน โดยเฉพาะที่อุดมด้วย น้ำตาล กะทิ คอเลสเตอรอล ไข่แดง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ตลอดจนขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวสังขยา ลอดช่อง ปลากริมไข่เต่า เป็นต้น

- อาหารฟาสต์ฟู้ด แม้จะมีผักแต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย แต่มากไปด้วยแป้ง ไขมัน และรสเค็ม

- อาหารรสเค็ม ไม่เหมาะกับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว เพราะทำให้เหนื่อยหอบ ตัวบวม หลีกเลี่ยงอาหารปรุงรสเค็มจัด ลดการใช้เครื่องปรุงรสลง เช่น กะปิ น้ำปลา เกลือ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว ซอส น้ำมันหอย ซุปก้อนลง และงดอาหารหมักดองอาหารกระป๋อง อาหารกึ่งสำเร็จรูป กุ้งแห้ง ปลาเค็มด้วย
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจโตจนอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ส่วนเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง ก็กระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มขึ้น

หลีกเลี่ยงอาหารทั้ง 4 ประเภท เพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง.

August 8, 2008. Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Uncategorized. Leave a comment.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.