หลักกินเจปลอดภัยได้ประโยชน์

วันที่ 1 ตุลาคม 2551 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ในช่วงเทศกาลกินเจ มีผู้บริโภคอาหารเจมากขึ้น ทว่าการรับประทานอาหารเจให้ได้ประโยชน์แก่ร่างกายอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญควรเลือกรับประทานและคำนึงถึงวัตถุดิบในการปรุง ฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงทำวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารเจ ที่ทำจากโปรตีนถั่วเหลืองหรือกลูเตนจากแป้งสาลี ซึ่งผลิตเป็นอาหารประเภทไส้อั่ว ไส้กรอก ปลาเค็ม และลูกชิ้น ว่าสามารถก่อกลายพันธุ์ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหรือไม่

จากผลการวิจัยรศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากการศึกษาพบว่าผลิตภัณฑ์อาหารทั้ง 4 ชนิดดังกล่าว ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ ตรงกันข้ามกลับสามารถลดฤทธิ์การก่อกลายพันธุ์ได้ นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งหรือลดความเสี่ยงในการก่อกลายพันธุ์ โดยช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเอ็นไซม์ที่ทำลายสารพิษ อีกทั้งอาหารเจมีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลัก คนกินเจจึงได้รับกากใยผักและผลไม้ในปริมาณมากพอ ซึ่งจะช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ช่วยดักสารพิษในร่างกาย ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่  และยังมีสารพฤกษเคมีต่างๆที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อได้ด้วย

“แม้ว่าการรับประทานอาหารเจจะมีผลดีต่อสุขภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระวังคือ อาหารเจมีไขมันสูง สังเกตได้จากอาหารเจมีความมันวาว อีกทั้งหลายชนิดเป็นอาหารประเภททอด ดังนั้นการรับประทานอาหารเจ จึงไม่ควรรับประทานอาหารปรุงด้วยน้ำมันมากเกินไป อาหารประเภททอดควรใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันปาล์มเพราะมีจุดเดือดสูง อาหารกรอบทน ไม่เหม็นหืนง่าย ส่วนอาหารประเภทผัดหรืออาหารที่ไม่ใช้ความร้อนสูง ควรใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน เนื่องจากร่างกายสามารถย่อยได้ง่าย และนำไปสร้างเซลล์ต่างๆ ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด”รศ.ดร.แก้วกล่าว

หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวอีกว่า ผู้มีปัญหาคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง ควรเลือกใช้น้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว แต่น้ำมันประเภทนี้มีข้อเสียเช่นกันคือ เมื่อมีการใช้ซ้ำหรือได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานาน จะมีกลุ่มสารโพลาร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ทางที่ดีคือนอกจากเลือกใช้น้ำมันให้เหมาะกับชนิดของอาหารแล้ว ไม่ควรใช้น้ำมันทอดอาหารซ้ำบ่อยๆ อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

October 1, 2008. Tags: , , , , , , , , , , , , , . เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย. Leave a comment.

น้ำมันมะพร้าวสกัดบริสุทธิ์พิเศษ 100%

น้ำมันมะพร้าว   อุดมไปด้วยกรดลอริค  (Lauris acid)   ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่พบในน้ำนมแม่   เป็นกรดไขมันสายปานกลาง  (medium chain faity acid)  ซึ่งเป้นประโยชน์ต่อร่างกาย   มีแร่ธาตุและสารอาหารในปริมาณสูง   รวมทั้งยังมีวิตามินอี  ที่ให้ความชุ่มชื้นและช่วยต้านอนุมูลอิสระ   น้ำมันมะพร้าวช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส   เชื้อแบคทีเรีย   และเชื้อโปรโตซัว   รวมทั้งมีคุรสมบัติในการเสริมสุขภาพและความงาม   อีกทั้งยังนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอุตสาหกรรมอาหาร

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์

  1. ใช้รับประทานไม่เกินวันละ 3.5 ช้อนโต๊ะ  เพราะน้ำมันมะพร้าวช่วยลดคลอเรสเตอรอลไม่ทำให้เป็นโรคหัวใจ   ช่วยลดคลอเรสเตอรอลรวม LDL  และเพิ่ม  HDL   ซึ่งดีกับสุขภาพหัวใจ
  2. ใช้บำรุงเส้นผมโดยการหมักทิ้งไว้แล้วล้างออกจะทำให้ผมนุ่มดกดำเป็นเงางาม   รักษารากผมและช่วบป้องกันและรักษารังแคบนหนังศรีษะ
  3. ใช้ทาผิวบำรุงผิวจะช่วยรักษาผิวให้อ่อนเยาว์
  4. ใช้ทามือให้ความชุ่มชื้น   ลดความหยาบกร้านทำให้มือนุ่มน่าสัมผัส   ใช้บำรุงเล็บเพิ่มความแข็งแรงทำให้เล็บไม่หักง่าย
  5. ใช้ทาส้นเท้าแตกโดยทาเป็นประจำ
  6. ใช้นวดตัวในการบำบัดหรือการทำสปาจะช่วยผ่นคลายเส้นได้ดี

คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์
ในน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์มีองค์ประกอบสำคัญ  คือ  Lauris acid  ซึ่งเป็น  medium chain faity acid  จะถูกเปลี่ยนเป็น  Monolaurin  ในร่างกายมนุษย์และสัตว์ที่มีคุณสมบัติต้านไวรัส   เชื้อแบคทีเรีย   และเชื้อโปรโตซัว   ซึ่งสาร  medium chain faity acid  จะถูกใช้โดยร่างกายเพื่อป้องกันและทำลายเชื้อไวรัสหลายชนิด   อาทิ  HIV , Herpos , Cytomagalovirus
>> ช่วยลดจำนวน  viral load  (จำนวนเชื้อไวรัส)   ในผู้ป่วยโรคเอดส์   เนื่องจากมีผลต้านไวรัส   และใช้ในการป้องกันและทำลาย เชื้อแบคทีเรีย   และเชื้อโปรโตซัวบางชนิด   และยังมีคุรสมบัติต้านเชื้อราอีกด้วย
>> ช่วยทำให้ผิวหนังเต่งตึงชุมชื้น   ดูอ่อนเยาว์   ชะลอการเกิดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง   มีองค์ประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ  เช่น  วิตามินอี  ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมและป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลผิว
>> ช่วยรักษาผิวที่โดนแดดจัด   แผลถลอก   และผื่นคัน
>> ช่วยทำให้เส้นผมเรียบไม่พันกัน   ดำเป็นเงางาม   และลดปัญหาผมแห้งแตกปลาย
>> ช่วยทำให้กระบวนการย่อยอาหาร  (Digestive System)  ดูดซึมสารอาหารและเผาผลาญพลังงาน  (Metabolism)  ของร่างกายให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
>> ช่วยในการลดน้ำหนัก   เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวช่วยในการเผาผลาญพลังงาน   ซึ่งมีผลทำให้การนำไขมันมาเผาผลาญเป็นพลังงานมากขึ้น   และเมื่อใช้ร่วมกับวิธีการควบคุมอาหารที่เหมาะสมจะทำให้น้ำหนักลดลงได้
>> ช่วยบรรเทาอาการของโรคไทรอยด์ต่ำ  (Hypothyroidsm)  เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวช่วยให้กระบวนการเผาผลาญของร่างการดีขึ้น
>> ช่วยป้องกันควบคุมและบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน   เนื่องจากทำให้  Metabolism  มีประสิทธิภาพดีขึ้น

กระบวนการผลิต
เป็นนวัตกรรมใหม่ในการผลิตน้ำมันมะพร้าวจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA  ระบบการผลิตเป็นการผลิตน้ำมันมะพร้าวจากกะทิสดจากมะพร้าวที่คัดสรรอย่างดีและสด  โดยผ่านระบบเซ็นทริฟิวส์ (Centrifugal)  จึงได้น้ำมันมะพร้าวที่บริสุทธิ์พิเศษ 100%  ** Extra Virgin Coconut Oil **  (EVCO)

July 21, 2008. Tags: , , , , , . Uncategorized. Leave a comment.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.