สธ.ชี้อย่าประมาทไข้หวัดใหญ่ 2009 แจงยังอันตราย
วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2552 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
“หมอมงคล” ออกโรงช่วยรณรงค์ เตือนภัยไข้หวัด 2009 ระบุอีก 2 เดือนข้างหน้ายังอันตรายอยู่ กลัวเชื้อกลายพันธุ์ แนะประชาชนควรตื่นตัวตลอดเวลา ขณะที่ “รมว.สธ.” กำชับห้ามประมาทถึงแม้อยู่ในช่วงชะลอตัว หวั่นวิตกปลายฝนต้นหนาว อาจระบาดใหญ่อีกระลอก พร้อมยอมรับปัญหาผลิตวัคซีน ผลฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปในไข่เยอรมัน ยังไม่ค่อยเข้าเป้า ต้องเดินหน้าทดลองอีก และเร่งหารือกับผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก ขณะที่ “โฆษกสธ.” เผยโรคจิตโทรก่อกวน แทะโลมเจ้าหน้าที่สาว สายด่วน 1422 เฉลี่ยมากถึงวันละ 129 สาย
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 18 ส.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว. สาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาในการผลิตวัคซีนป้อง กันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ผลการ คำนวณปริมาณเชื้อไวรัสที่ฉีดเข้าไปในไข่จาก ประเทศเยอรมนี ได้ปริมาณเชื้อไวรัสต่ำกว่าที่ คาดการณ์และอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตยังไม่ได้รายงานให้ ครม.ทราบในเรื่องนี้ ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็ไม่สามารถไปฝืนได้ การ ทดลองถ้าไม่สำเร็จก็ไม่สำเร็จ ตนไม่อยากให้ประชาชนกังวลว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่อยากให้กำลังใจในการผลิต ก่อนที่จะนำวัคซีนมาใช้จะต้องได้มาตรฐานและปลอดภัยจริง ๆ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำเล่น ๆ หรือมาทดลอง กันเล่น ๆ และท้ายที่สุดหน่วยงานที่จะรับรองมาตรฐาน คือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
“การผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะสำเร็จหรือไม่ จะเอาไข่ไทยหรือไข่จากเมืองนอกเป็นเรื่องรายละเอียด แต่ทั้งหมดเมื่อผลิตออกมาแล้วต้องได้มาตรฐาน ถ้าไม่ได้มาตรฐานก็ใช้ไม่ได้”
ด้านนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ประกาศลดมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยให้ผู้ป่วยหยุดพักรักษาตัว 3-5 วัน จากเดิม 7 วัน ว่า ประเทศไทยใช้การรักษาโดยดูจากอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก ซึ่งการเก็บตัวอย่างต่าง ๆ ก็เพื่อตรวจสอบว่าการระบาดรอบ 2 จะเกิดขึ้นที่ใดเป็นจุดเริ่มต้น และนำเชื้อมาทดลองการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ ดังนั้นการควบคุมดูแล เรายังไม่ประมาท เพราะในช่วงปลายเดือน ส.ค.-ก.ย. เป็นช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่แล้วจึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น การให้ผู้ป่วยพักรักษาตัว 7 วันยังถือว่าเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิชาการกำลัง พิจารณาเรื่องการลดวันอยู่
รมช.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า การทด ลองวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ให้องค์การเภสัชกรรมดำเนินการอยู่ เบื้องต้นพบปัญหาอุปสรรคบ้าง ส่วนการนำไข่จากประเทศเยอรมนีมาทดลองนั้น จะต้องรอดูผลการทดลองก่อน เช่นเดียวกับการทดลองกับไข่ของไทย ที่ต้องรอดูผลการทดลองก่อนเช่นกัน เพราะการใช้ไข่ไทยต้องขอการรับรองจากต่างประเทศด้วยเพื่อให้ได้ผลที่ออกมาตรงกัน ซึ่งการผลิตวัคซีนจะต้องใช้เวลาสักระยะ
เมื่อถามถึงการที่ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระบุว่าในเดือน ส.ค. เป็นช่วงขาลงของการแพร่ระบาดของโรคนี้ นายมานิต กล่าวว่า ไม่ใช่ช่วงขาลงเพราะขณะนี้ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ซึ่งอาจนำไปสู่การระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในระลอก 2 ได้ เพราะเมื่อหมดปลายฝนเข้าสู่ต้นหนาว คนก็ยังเป็นหวัดง่ายอยู่ ดังนั้น ถ้าจะให้อุ่นใจ ต้องเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือน มี.ค. 2553 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นวัคซีนต้านโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็มาพอดี
ภก.สมชาย ศรีชัยนาค รอง ผอ.องค์การ เภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อ ว่า การคำนวณปริมาณไวรัสที่ฉีดเข้าไปในไข่จากประเทศเยอรมนี ได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยรอบแรกคำนวณได้ 6.63 ล็อก รอบที่ 2 ได้ 6.3 ล็อก เฉลี่ยประมาณ 6.5 ล็อกเท่านั้น เมื่อได้ปริมาณไวรัสน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ก็ต้องสอบถามไปยังองค์การอนามัยโลก และดร.อีริค ดอง ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ในการจะเพิ่มปริมาณไวรัสให้มากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปในไข่ไก่อีก โดยทำให้ถี่ขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องรอฟังผู้เชี่ยวชาญก่อนคาดว่า 1-2 วันนี้จะได้คำตอบ
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าของการให้บริการสายด่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงเปิดให้บริการความรู้ความเข้าใจประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับโรคดังกล่าว ทางหมายเลขโทรศัพท์ 1422 และ 0-2590-3333 ตลอด 24 ชม. โดยไม่มีวันหยุด ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 10-16 ส.ค. มีประชาชนโทรฯเข้ามาสอบถามรวมทั้งหมด 6,756 สาย เฉลี่ยวันละ 965 สาย ซึ่งยอดการใช้บริการเพิ่มขึ้นจากช่วงวันที่ 3-9 ส.ค. ถึง 2,176 สาย ที่น่าเป็นห่วงพบว่า มีประชาชน ส่วนหนึ่งที่โทรฯเข้ามาก่อกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะสายด่วน 1422 ซึ่งเป็นบริการฟรี ผู้โทรฯ ส่วนใหญ่เป็นเด็ก และมีผู้ใหญ่โทรฯในลักษณะแทะโลมเจ้าหน้าที่หญิง เฉลี่ยวันละ 129 สาย
ส่วนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ช่วงสายวันเดียวกัน นพ.มงคล ณ สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ร่วมกับกระทรวงคมนาคม องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดโครงการ “รถเมล์ไทยปลอดภัย รวมพลังสู้หวัด 2009” นพ.มงคล กล่าวว่า ในแต่ละวันมีประชาชนใช้บริการรถเมล์ไม่ต่ำกว่า 1.6 ล้านคน ซึ่งเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้จากการสัมผัสราวบันได ราวจับที่นั่ง ที่ยืน กริ่ง โดยเฉพาะรถปรับอากาศจะติดต่อได้ง่ายกว่ารถเมล์ร้อน แต่รถเมล์ร้อนเชื้อโรคก็สามารถอยู่ได้ 2-6 ชม. สามารถติดโรคได้เช่นกัน
“แม้สถานการณ์จะเริ่มชะลอตัว คนตายน้อยลง เกรงว่าคนไทยจะเป็นคนขี้ลืม ลืมง่ายโดยเฉพาะอีก 2 เดือนต่อจากนี้ คือ ก.ย.และต.ค.จะเป็นช่วงระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล อาจมีเชื้อไวรัสต่าง ๆ เข้ามา ถ้าไวรัส 2-3 ชนิดมาเจอกันหรือมีการกลายพันธุ์อาจทำให้เกิดการระบาดรุนแรงได้ ดังนั้น 2 เดือนข้างหน้าต้องไม่ประมาทเพราะยังอันตรายอยู่ ดังนั้นจึงต้องมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวตลอดเวลา”
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียว่า นายยันดรา โยคะ อาดิทามา อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อกระทรวง สาธารณสุขอินโดนีเซียแถลงว่า พบผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่ 4 ด้วยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นเด็กชายอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ติดเชื้อไวรัสแล้วมาเสียชีวิตเมื่อหลายวันก่อนเพราะโรคปอดอักเสบ ขณะนี้อินโดนีเซียมีผู้ป่วยติดเชื้อแล้ว 872 ราย หลังพบการติดเชื้อครั้งแรก เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษและนักบินชาวอินโดนีเซีย
ขณะที่นายเอ็ด ไรบีสกี นักไวรัสวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เปิดเผยว่า ปัญหาความยากจน โรคร้าย และระบบสาธารณสุขที่ต้องแบกภาระเกินกำลังนั้น ทำให้ทวีปแอฟริกาเป็นเป้าหมายสำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้อย่างง่ายดาย แม้จะเป็นทวีปสุดท้ายในโลกที่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,000 ศพทั่วโลกแล้วก็ตาม แต่จำนวนผู้เสียชีวิตยังน้อยอยู่ มีเพียง 6 ศพในแอฟริกาใต้ 3 ศพในมอริเชียส และอียิปต์อีก 1 ศพ.
ทดสอบวัคซีนหวัด2009 ใช้ ‘เฟอร์เรท’ เสี่ยงตายแทน
ไทยรัฐออนไลน์วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2552
นับวันตัวเลขของยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จะพุ่งไม่หยุด ทั่วโลกต่างเร่งหา “วัคซีน” มาใช้ป้องกัน ซึ่งกว่าที่จะนำมาใช้กับคนเราได้นั้น ต้องนำไปทดสอบกับสัตว์อย่าง “หนู” เพื่อ “ลองยา”..
นับวันตัวเลขของยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จะพุ่งไม่หยุด ซึ่งทั่วโลกต่างเร่งหาแนวทางทำ “วัคซีน” เพื่อมาใช้ป้องกัน ซึ่งในการทำยาวัคซีนแต่ละชนิด กว่าที่จะนำมาใช้กับคนเราได้นั้น ต้องนำไปทดสอบกับสัตว์อย่าง “หนู” เพื่อ “ลองยา”
ส่วนวัคซีนไข้หวัดฯ2009 มีความแตกต่างกว่าตรงที่หลังการทดลองในหนูแล้วเสร็จ เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน ขั้นตอนต่อไปก็จะทดสอบในสัตว์ที่นักวิจัยลงความเห็นว่า มีความคล้ายมนุษย์ อย่างตัว “เฟอร์เรท” ซึ่งน้อยคนอาจยังไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร?
…เพื่อให้หลายคนได้รู้จักสัตว์ผู้ “เสี่ยงตายแทนมนุษย์” “หลายชีวิต” จึงขอเจาะวิถีชีวิตของมันไปพร้อมๆกัน
“เฟอร์เรท” (Ferret) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีถิ่นกำเนิดอยู่ในหลายทวีป ทั้ง สหรัฐอเมริกา ยุโรป และ เอเชีย อาศัยตามทุ่งหญ้าขึ้นสูง บริเวณต้นไม้เล็กๆ หรือพุ่มไม้รกรุงรัง ตามรอยแนวป่า ออกหากินล่าเหยื่ออย่าง กระต่าย และ นกที่ทำรังอยู่ บนดิน เวลากลางคืน ด้วยการกาง เล็บ ตะปบ หากนำมาเลี้ยงสามารถให้แอปเปิ้ล กล้วยน้ำว้า และอาหารสำเร็จรูปได้
…หลังนำ มาฝึกให้เชื่อง จะมีนิสัย ขี้เล่น ซุกซน แต่ก็ ชอบขุดคุ้ย เหตุนี้จึงทำให้พวกมันถูกจับมาเลี้ยงของพวกกลุ่มนิยม “สัตว์แปลก” แต่บางครั้งจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวดุร้าย สามารถรับรู้ได้จาก การทำงานต่อมกลิ่น ซึ่งอยู่ตามรูขุมขนจะโชยค่อนข้างรุนแรง พร้อมกับอาการกระฟัดกระเฟียด ทำให้ความน่าชังกลับกลายเป็นความน่ากลัวทันที!
สำหรับลักษณะของตัว “ลองยา” มีโครงหน้าคล้ายกับ พังพอน แมวน้ำ มี เขี้ยว ฟัน อุ้งเท้าเล็บเหมือนแมว ขน สีดำ น้ำตาลเข้ม ครีม ช่วงระยะหลังมีการปรับปรุงสายพันธุ์ กระทั่งปัจจุบันมี สีขาว และแฟนซี หาง ยาวขนพู่แหลม หากอยู่ในที่อากาศเย็นขนจะยาวฟูมาก ถ้า อากาศอบอ้าวปรับตัวด้วยการผลัดขน ให้สั้นลง และ แลบลิ้นให้น้ำหยดเพื่อคลายความร้อน
…เราสามารถจับมันอาบน้ำเหมือนกับสุนัขได้ ซึ่งจะทำให้มันอารมณ์ดีขี้อ้อน นัวเนียอยู่ใกล้ๆ…
สัตว์ผู้เสียสละ (อย่างไม่สมยอม) โตเต็มที่ หนักประมาณ 2,000 กรัม ความยาววัดจากหัวถึงหาง 48-56 ซม. ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย อายุ 6-8 เดือน จะพร้อมผสมพันธุ์ รับรู้ได้จากการ “ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์” ออกมา ส่วนตัวเมียพร้อมเพิ่มประ-ชากรเมื่ออายุ 8-12 เดือน ซึ่งฤดูที่ “ธรรมชาติเรียกร้อง” อยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน ตั้งท้อง 39-46 วัน ตกลูกเฉลี่ยครั้งละ 2-8 ตัว
ลูกเฟอร์เรท ตัวจะเล็กมากน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 8-10 กรัม อายุ 30-35 วัน จะเริ่มลืมตา หย่านม 5-6 สัปดาห์ จากนั้นพอได้ 3 เดือน สมาชิกของครอบครัวทั้งหมดจะเริ่มแยกย้ายออกไปหาแหล่งที่อยู่แล้วเริ่มชีวิตใหม่ กระทั่งอายุได้ 5 ปี จึงหยุดขยายเผ่าพันธุ์ และเบื่อ (ตาย) โลกกลมๆนี้ช่วงอายุเฉลี่ย 6-11 ปี แต่ก็ขึ้นอยู่กับอาหารและการเลี้ยงดู
ใครที่กำลังเผลอใจคิดจะเลี้ยง “หลายชีวิต” แนะนำว่า มันเหมาะที่จะเป็นตัวลองยาน่ะดีที่สุด เพราะโรคที่เกิดขึ้นกับเฟอร์เรทได้ง่ายก็คือ ไข้หัดสุนัข ที่สามารถติดต่อสู่คนได้ทางการสัมผัสและหายใจ!!!.